“พิมพ์จากป่า” Print from forest

งานศิลปะภาพพิมพ์สีธรรมชาติ “พิมพ์จากป่า” Print from forest

Curated : Thavorn Ko-Udomvit

Interview with  ญาณวิทย์ กุญแจทอง ( Yanawit Kunchaethong )

Interview by  วรพจน์ อินเหลา

Location : Ardel’s third place gallery

Q: คอนเซ็ปของงาน”พิมพ์จากป่า” มีที่มาที่ไปยังไง

YK : เคยทำงานภาพพิมพ์สีธรรมชาติมานานแล้ว ครั้งนี้เป็นการแสดงงานเดี่ยวครั้งที่ 10 โดยเริ่มการคิดค้นรั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานภาพพิมพ์ที่เป็นเทคนิคพื้นฐานปกติครับ คือสีทั้งหลายเนี่ยมีผลต่อสภาพแวดล้อมและก็เรื่องสุขภาพด้วยครับ เพราะมันมีทั้งน้ำกรดและเคมี ซึ่งมันทำอันตรายต่อสุขภาพ

ส่วนหนึ่งเรามีป่าของตัวเอง มันเป็นที่ที่ทำให้เรารู้สึกว่าอยากทำภาพพิมพ์โดยไม่ต้องพึ่งสีที่เกิดจากเคมี ซึ่งมันทำลายสิ่งแวดล้อม ก็…จะทำยังไงดี ใช้สีจากต้นไม้ได้ไหม? ในไร่เราก็มีข้อมูลตรงนี้เยอะ

เราทำงานภาพพิมพ์มานานแล้ว บางทีเรารู้สึกเหนื่อย ทำงานภาพพิมพ์ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะ หลังจากทำแม่พิมพ์เสร็จต้องอัดอีก ต้องกลิ้งสีลงไปในแม่พิมพ์แล้วมาวาง…ชั้นตอนมันใช้เวลามาก และมันก็มีกลิ่นแล้วก็เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพด้วยหลายๆอย่าง

ผมเป็นคนที่อยากจะพัฒนาและเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมๆที่เคยทำ ถ้าถามว่า concept คืออะไร…มันก็คือสภาพแวดล้อม เกี่ยวกับเรื่องชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องชีวิตของผม แล้วมันก็สะท้อนผ่านออกมาเป็นงานศิลปะ

วันเสาร์อาทิตย์บางทีผมจะเข้าไร่ อยู่ในป่าของตัวเอง แล้วก็ไปอนุรักษ์พันธุ์ไม้ ก็ได้เห็นพันธุ์ไม้หลายอย่างที่กำลังจะสูญพันธุ์ เช่น มะเกลือ จากเพชรบุรี เขาเอาเปลือกของมันไปใช้ทำเป็นเหล้า ซึ่งตอนหลังต้นไม้มันตายหมด บางคนก็ฟันทิ้ง น่าเสียดาย ก็มีหลายๆอย่างเข้ามาในชีวิตเช่นสิ่งเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งพอเราทำงานก็ค่อยๆเปลี่ยนจากการใช้สีเคมี แล้วก็ค่อยๆเอาต้นไม้เข้าไปอยู่ในงาน ตอนหลังก็เอาสีเข้าไปอยู่ในงานเลย ก็พัฒนาไปจนพบสีธรรมชาติ

Q: อยากทราบการเลือก material ในการสร้างงาน

YK: ในเมืองไทยมีต้นไม้ มีวัตถุดิบเยอะแยะมากมาย มันขึ้นอยู่กับเราว่า เราต้องการทนทานหรือเราต้องการนำมาเฉพาะสร้างงานเท่านั้น การทำงานด้วยภาพพิมพ์สีธรรมชาติ เราสามารถใช้วัตถุดิบจากพืชจากต้นไม้ได้ทุกชนิด จากผลไม้ก็เคยใช้นะ จากดอกไม้ เมื่อก่อนใช้จากดอก กรรณิการ์ เอาเฉพาะขั่วที่เป็นสีส้มมาใช้ในงาน ดอกตีนเป็นฝรั่ง เป็นดอกไม้ที่น่าสนใจ ก็ทนทานเหมือนกัน ใบไม้ต่างๆ เช่นใบมะม่วงเอามาทำงานได้ ใบจากต้นฟ้าทะลายโจร แม้แต่เปลือกมังคุดเราก็สามารถเอามาทำได้

แรกๆตอนที่ทำงานเนี่ยมันเหมือนกับการทดลอง เอาสีต้นไม้ ดอกไม้ ส่วนของใบ ส่วนล่าง ส่วนดอก เปลือกของต้นไม้ เห็นอะไรที่มันเป็นสีก็เอามาทดลองหมด ช่วงที่เราทดลองเราก็จดบันทึกเป็นข้อมูลว่าเราใช้อะไร ทำเมื่อไหร่ ทดลองสีอะไร เราจุ่ม เราพิมพ์ หรือเพ้นท์อะไรลงไป คืองานผมมันจะเกี่ยวกับการ Oxidation พอโดนอากาศงานก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะเราใช้สีที่มันเป็นธรรมชาติ พอมันโดนแสงก็หายไปบางตัวก็ยังอยู่

ช่วงหลังจะเลือกสีที่ทนทาน แล้วในไร่ผมยังมีต้นไม้อีกหลายต้นที่ยังไม่เคยเอามาทดลอง แรกๆทดลองค่อนข้างเยอะ ช่วงหลังที่ได้ข้อมูลมาจากไร่ก็มี มะเกลือ มะพลับ พวกนี้มันจะทนทาน เดี๋ยวนี้คนตัดต้นไม้ทิ้งไปเยอะ แล้วก็มีขมิ้น แต่ขมิ้นผมไม่ได้ปลูกเอง ไปซื้อมา ขมิ้นเป็นสีที่ผมสกัดขึ้นมาเองด้วยวิธีการหลายแบบกว่าจะได้สีขึ้นมา สุดท้ายผมทำเท่าไหร่ก็ไม่ได้สี คือทุกครั้งผมใช้สีค่อนข้างจะมาก ส่วนมากเป็นสีสดจากพืชที่คั้นมา ขณะที่พืชมันยังไม่แห้ง มันยังสดอยู่ผมก็สามารถนำมาใช้งานได้ งานมันก็จะสดขึ้นไปด้วย ถ้าเราเอาส่วนที่คั้นมาทิ้งไว้อาทิตย์หนึ่งสีมันจะเปลี่ยน เพราะงั้นหากสีมันเปลี่ยนก็จะไม่ได้งานที่มีสีตามซีรีย์ที่เราต้องการ

แล้วอีกชิ้นหนึ่งที่มีความทนทาน (หยิบงานมาให้ดูชิ้นหนึ่ง) นี่ได้มาจาก มะแฟน จากป่าในกาญจนบุรี ไม่น่าเชื่อว่าจากเปลือกของมันที่ไม่มีสีอะไรเลย แต่ในขณะที่เราคั้นแล้วบีบสีออกมามันจะได้สีอดงเหมือนแลกเกอร์ คล้ายๆกับมะพลับผมก็เอามาใช้ในการทำงาน ผมคิดว่าเปลือกไม้หรือรากไม้ที่เรายังไม่ค้นพบแล้วนำมาใช้งานยังมีอีกเยอะ

Q: เมื่อกี้เราพูดถึงการสร้างงานรู้สึกเหมือนมีการทดลองเยอะ เรามีขอบเขตในการทดลองไหม เมื่อเราหยิบวัสดุที่เราจะนำมาผลิตงาน

YK: งานทุกวันนี้ก็ยังเหมือนการทดลองอยู่ เป็นการทดลองเพื่อให้เกิดรูปทรง เพื่อไปตามภาพที่เราคิด อย่างครั้งนี้ที่มีชื่อว่า”ภาพพิมพ์จากป่า” ในการจัดแสดงงานเดี่ยวครั้งที่สองผมใช้ชื่องานว่า “Blossom” ชื่อไทยคือ “ผลิดอก” ตอนนั้นผมใช้ดอกไม้ทุกอย่าง ใช้สีที่หลากหลาย ซึ่งทนบ้างไม่ทนบ้างแต่ผมไม่สนใจ ผมสนแค่ว่ามันเหมือนข้อมูลที่ผมจะเอามาทดลองใช้ในการทำงาน

ส่วนในครั้งนี้ผมใช้คำว่า “พิมพ์จากป่า” ที่ใช้คำนี้คือ นัยหนึ่งคือไร่ของผม ซึ่งปัจจุบันมันไม่ใช่ไร่ หลายๆคนไปที่ไร่ผมแล้วบอกว่า”นี่มันป่า” เพราะที่ไร่ปลูกต้นไม้ใหญ่โตมาก ต้นไม้เต็มไปหมด นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ผมเรียกว่า”พิมพ์จากป่า” อีกส่วนหนึ่งผมก็ได้ข้อมูลที่มาจากป่ากาญจนบุรี อย่าง “คราม” ผมได้มาจากทางภาคอีสาน “ครั่ง”ก็ได้จากทางภาคเหนือ ทุกอย่างมันเกี่ยวข้องกับต้นไม้เกี่ยวข้องกับป่า อีกนัยหนึ่งพ่อผมชื่อ สงวน กุญแจทอง คนที่ไปเที่ยวไร่ผมก็คิดว่าไม่ใช่ไร่ นี่มันคือป่าสงวน พ่อผมอยู่ด้วยก็บอกว่า “ถูกแล้วหละ…นี่ป่าสงวน เพราะผมชื่อสงวน” เป็นป่าที่หมายความว่าป่าของพ่อ เป็นป่าสงวนที่อยู่ทั่วไปตามประเทศไทย ที่เรารักษาไว้

“พิมพ์จากป่า” ผมคิดว่าข้อมูลหลายส่วนมันเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมค่อนข้างจะเยอะ เมื่อปีที่แล้วที่น้ำท่วมผมได้เดินทางไปที่เพชรบุรี แล้วก็ไปอยู่ได้นาน ปกติจะไปเช้าเย็นกลับหรือไปค้างคืนหนึ่งแล้วกลับ แต่คราวนี้อยู่นาน ผมก็ไปสำรวจหาแหล่งต้นไม้ต่างๆอยู่ที่นั่น นอกเหนือจากไร่ของผมก็เห็นว่าต้นไม้ต้นเดียวกันที่เราหามันถูกตัดหายไปเยอะ เราก็เสียดาย สุดท้ายไปหาต้น”มะเกลือ”กับเพื่อนสมัยมัธยม ผลคือเราหาได้แค่ 3 ต้น แต่ต้นไม่มีลูกให้ผมเอามาทำงานได้เลย สุดท้ายก็ไปได้ในไร่ของตัวเอง งานที่ได้จากไร่ตัวเองก็มี มะเกลือ กะเม็ง เป็นต้นไม้เล็กๆ เป็นไม้ล้มลุก เหมือนวัชพืชด้วยซ้ำ คนโบราณเขาใช้สำหรับเมื่อเข้าป่า ถูกมีดบาดหรือเกิดอุบัติเหตุ เลือดไหล เขาจะใช้ใบขยี้แล้วใส่ที่แผล เลือดจะหยุดไหลแผลก็จะแห้ง จริงๆพืชพันธ์ุเมืองไทยมีเยอะมากแล้วก็กำลังจะสูญหายไป

ส่วนหนึ่งผมอยากให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักพันธุ์ไม้ต่างๆที่มันมีคุณค่าในอดีต ปัจจุบันผมคิดว่ามันก็ยังมีคุณค่า ต้นไม้หลายต้นที่ผมเอามาทำงานเนี่ย ส่วนใหญ่ก็อยากให้คนตระหนักถึงสิ่งที่มันยังมีอยู่ แล้วก็กำลังจะหายไป ถ้าเราไม่สนใจ ถ้าเราไม่เอามากระตุ้นให้คนเห็นคุณค่าของมัน ของธรรมชาติเหล่านี้ ซึ่งทุกวันนี้ผมว่ามันกำลังจะสูญพันธุ์ ต้นไม้มันชื่อไทยทั้งนั้น กะเม็ง มะพลับ มะเกลือ มันชื่อไทย ต่อไไปผมว่ามันจะหายไป การใช้ชื่อมันก็จะหายไปด้วย เพราะว่าเราไม่ดูแล คนรุ่นใหม่จะไม่ค่อยรู้จักต้นไม้ นอกจากต้นไม้ที่พื้นแล้ว ผมว่าต้นไม้ที่มีคุณค่าในอดีต ปัจจุบันก็ยังมีคุณค่า มันก็ควรจะเก็บรักษา

Q: อยากให้คนดูที่มาดูเทศกาล “พิมพ์จากป่า” ได้อะไรกลับไปบ้าง

YK: จริงๆงานผมมันอยู่ในวงการแคบๆ ที่รู้จักก็ พวกที่เรียนศิลปะ พวกที่ทำงานภาพพิมพ์ มีศิลปิน คนทำงานศิลปะ ส่วนคนนอกวงการก็น้อยคน งานผมปัจจุบันคนรู้จักเยอะ ผมเป็นศิลปินที่เป็นกึ่งนักอนุรักษ์ ใช้ต้นไม้รักษาสภาพแวดล้อม กระบวนการทำงานศิลปะก็ไม่ทำลายสภาพแวดล้อม แนวความคิดมันตอบโจทย์ทั้งหมด ทั้งกระบวนการ และการสร้างงาน

คนดูส่วนใหญ่ที่มาดูจะชอบงาน ทดลองสีธรมชาติก่อนพิมพ์จริง ธรรมชาติมันมีสีสัน มันมีสิ่งที่ยังไม่ถูกคนหาที่น่าสนใจ ในอีกมิติหนึ่งคนดูงานผม นอกจาก Image ที่ได้จากการดู ซึ่งบางชิ้นพูดถึงป่า พูดถึงดวงดาว ทุ่งสีทอง อะไรก็แล้วแต่ มันพูดถึงแผ่นดินไทย ผมคิดว่าเมืองไทยเป็นเมืองเกษตกรรมด้วย เราอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้ ป่าไม้ มันเป็นสิ่งหนึ่งที่มีคุณค่าสำหรับเมืองไทย และคนรุ่นใหม่ที่จะต้องดูแล หวังว่าคนที่มาดูงานเขาจะคิดและจินตนาการไปพร้อมกับผลงาน คิดว่าน่าจะกระตุ้นเตือนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมไม่มากก็น้อย และรวมถึงการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ต่างๆของไทยไม่ให้สูญเปล่า

ถอดบทสัมภาษณ์ โดย : มนศักดิ์ คล่องชัยนันต์ 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: