Mekong hotel _ การเดินทางของวิญญาณ

Mekong hotel / Thailand and Uk / 61m. / 2012 / Apichatpong Weerasethakul

วิญญาณที่ไหลลอยเพื่อทำการสิงสู่ร่างมนุษย์ไปเรื่อย ความจริงกับเรื่องแต่ง เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ของเมืองไทย บทสนทนายิบย่อยแต่สามารถทำให้คิดต่อไปยังบริบทอื่นๆได้ ผู้เขียนขอนิยามหนังเรื่องล่าสุดของ “เจ้ย” อภิชาติพงศ์ วีระเศษฐกุล ไว้อย่างกว้างๆเท่านี้ก่อน แน่นอนหากใครเป็นคอหนังของ”เจ้ย” อาจจะคุ้นเคยกับภาษาหนังของเขาเป็นอย่างดี แต่หากใครไม่เคยลิ้มรสมาก่อน อาจจะบอกว่ารสชาติมันออกจะเพี้ยนๆอยู่บ้าง

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่อธิบายให้ออกมาอย่างชัดเจนได้อย่างค่อนข้างยาก เริ่มฉากแรกขึ้นมาเราจะเห็นผู้กำกับและเพื่อนของเขาที่กำลังนั่งเล่นกีตาร์อยู่ และเสียงกีตาร์นั้นก็ลอยอวลอยู่ในหนังเกือบทั้งเรื่อง หนังใช้ลองเทคบ่อยมากมันทำให้เราสามารถจ้องมองและสังเกตุบรรยากาศของหนังได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ภาพ landscape ของริมน้ำโขง บวกกับเรื่องเล่าในขณะที่มีเหตุการณ์น้ำท่วมอยู่ที่กรุงเทพ มันทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าพื้นที่ที่เราเห็นในหนังกับกรุงเทพ มันช่างห่างไกลกันเสียเหลือเกิน หนังดูเนิบนาบพร้อมกับการไหลไปของบทสนทนาของตัวละคร แม่น้ำ และเสียงกีตาร์ เสียงเพลงที่คลออยู่ตลอดทั้งเรื่องเปรียบเหมือนสายน้ำของแม่น้ำโขงที่ไหลไปตามกาล และด้วยเสียงกีตาร์ที่คลออยู่ตลอดนี้ ผู้เขียนรู้สึกว่าเหมือนหนังจงใจจะให้คนดูเกิดอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น และตกอยู่ในผวังค์ของความฝัน เรื่องนี้ผู้เขียนรู้สึกว่าบทสนทนาที่ดูเหมือนมันจะเป็นคำพูดธรรมดาสามัญ แต่กลับสะท้อนบริบทหลายๆอย่างของสังคมไทยที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในช่วงเวลานั้น(หรืออาจจะมีมานานแล้ว) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเสด็จไปเยี่ยมชมที่ต่างๆของราชนิกูล บางคนของเมืองไทย หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ของพื้นที่ระหว่างไทยกับลาวในตอนที่มีคนอพยพจากฝั่งลาวมาไทย

ส่วนฉากที่เป็นผีปอบนั้นถูกตัดสลับเข้ามาเหมือนกับจะเป็นเรื่องเล่าส่วนหนึ่งที่มันเกี่ยวกับเรื่องของการไหลเวียนและการสิงสู่ของดวงวิญญาณที่วนเวียนอยู่หลายๆชาติ โต้ง นักแสดงประจำของผู้กำกับนั้น ดูเหมือนว่าวิญญาณของเขาที่สามารถระลึกและจำตัวเองได้ว่าเป็นคนญี่ปุ่นชื่อ มาซาโตะ(ถ้าจำไม่ผิดนะ) ส่วน ฝน นักแสดงอีกคนเป็นวิญญาณที่จะตามรักผู้ชายของเขาไม่ว่าชาติต่อๆไปเขาจะไปเกิดเป็นอะไรหรือที่ไหนของโลกก็ตาม ส่วนแม่ของ ฝน นั่นก็คือป้าเจน ซึ่งก็สารภาพผิดกับลูกตัวเองที่ไม่ได้บอกกับลูกว่าตัวเองเป็นปอบ

ตัวหนังราบเรียบมากแต่ก็มีเหตุการณ์หรือคำพูดให้ได้คบคิดได้เหมือนกัน บางทีตัวบทที่เราได้เห็นได้ยินมันอาจจะมีตัวบทย่อยๆทยอยออกมาอีกมากมาย และหลังจากดูจบอาจจะทำให้เราต้องกลับมาค้นหาตัวบทอื่นๆต่อไปอีกซึ่งเข้าขั้นเป็น Hypertext เลยทีเดียว ซึ่งยากมากๆที่จะมีหนังสักเรื่องที่ทำให้เราอยากจะไปค้นหาเรื่องอื่นๆต่อ นอกจากบริบทของหนังแล้ว กลับมาดูที่ตัวงานด้านอื่นต่อ ผู้เขียนรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้ถูกลดทอนให้ดูเล็กที่สุด และดูเหมือนจะเป็นหนังที่มีแต่เหตุการณ์ธรรมดาๆในชีวิตประจำวันเสียด้วยซ้ำ แต่เนื่องด้วยแม่น้ำสายนี้มีเรื่องเล่าเยอะแยะมากมาย ทั้งเรื่องของสัตว์ที่ไม่ธรรมดาอาศัยอยู่ในแม่น้ำ พญานาค ฯลฯ มันทำให้หนังมีพลังบางอย่างที่ไม่สามารถบอกออกมาเป็นคำพูดได้ อาจจะเพราะผู้เขียนมีประสบการณ์ร่วมกับพื้นที่แห่งนี้(ไปเที่ยวบ่อยมาก) ทำให้หนังดูมีพลังพิเศษแต่ก็ฉาบเคลือบไปด้วยความธรรมดาสามัญ

หนังจบลงด้วยฉากคนเล่นมอร์เตอร์สกีที่แม่น้ำโขงและเราจะเห็นสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยและลาว คลอไปกับเสียงกีตาร์(ซึ่งฉากจบเป็นลองเทค) มันเหมือนกับว่าแม่น้ำสายนี้ยังคงไหลไป พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม มนุษย์ และ ดวงวิญญาณ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: