Archive

Monthly Archives: January 2014

Image

Poetry / Lee Chang Dong / South Korea / 2010

เมื่อการรับรู้ของคนทั่วไปที่มีต่อคำว่า “บทกวี”หรือ “นักกวี” ผมไม่แน่ใจนักว่ามันโน้มเอียงไปในทางบวกหรือทางลบ หากเรามองคำสองคำนี้ผ่านแว่นของชนชั้นล่างหรือชนชั้นแรงงาน เราอาจจะได้คำตอบหรือมุมมองที่มีต่อสองคำนี้ในรูปแบบหนึ่ง(ซึ่งอาจจะเป็นไปในทางบวกหรือลบก็ได้) แต่ถ้าเราลองหยิบแว่นของชนชั้นกลางและชนชั้นสูงมามองสองคำนี้ดูหละ เราอาจจะได้คำตอบเกินกว่า 80% ไปในทางบวกก็เป็นได้นะครับ ถึงอย่างไรผู้เขียนก็ไม่สามารถที่จะรู้คำตอบที่แน่นอนตายตัวได้

ผู้เขียนลองยกอะไรมาเปรียบเทียบเล่นๆดูน่ะครับ เพราะคิดว่าคนอ่านน่าจะมีคำตอบกันอยู่ในใจอยู่แล้ว แน่นอนว่ามีทั้งบทกวีที่ดีและบทกวีที่เลว(ก็ไม่รู้ว่าเอาอะไรมาวัดเหมือนกันนะครับ) สารภาพเลยนะครับว่าผมไม่คิดว่าจะไปตัดสินได้ว่าอะไรเป็นบทกวีที่ดีและอะไรเป็นบทกวีที่เลว มันคงจะขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้เสพและประสบการณ์การรับรู้ของผู้อ่านบทกวีทั้งหลายว่าอะไรคือดีหรือเลว

มีคนเคยนิยามนะครับว่าบทกวีเปรียบดั่งความคิดที่งดงาม เหมือนกับที่ตัวละครเอกของหนังเรื่อง Poetry ที่เคยกล่าวว่า “บทกวีมันควรจะเป็นสิ่งที่งดงามมิใช่หรือ” Poetry เล่าเรื่องเกี่ยวกับหญิงวัยหกสิบหก (Yang Mi-ja) ที่กำลังเป็นโรคอัลไซเมอร์ระยะแรก มีอาชีพดูแลชายแก่และยังต้องเลี้ยงดูหลานชาย หลังจากที่เธอเพิ่งรู้ว่าตัวเองเริ่มจะเป็นอัลไซเมอร์ เธอตัดสินใจเข้าเรียนเขียนบทกวี แม้ในความเป็นจริงเธอจะลงทะเบียนเรียนไม่ทันก็ตาม เธอได้รับการแนะนำจากอาจารย์ผู้สอนว่าให้ลองเขียนบันทึกจากสิ่งที่เห็น แต่แล้วหลังจากที่เธอเลิกคลาส เธอพบกับพ่อของเพื่อนหลานเธอ ซึ่งนั่นทำให้เธอรู้ว่าหลานของเธอนั้นได้ต้องคดีข่มขืนเด็กสาวที่โรงเรียนของพวกเขา

หนังเรื่องนี้ได้เผยให้เห็นว่าสังคมที่เราอยู่นั้นมันผสมไปด้วยความทุเรศทุรังและความงดงามของชีวิต ซึ่งมันถูกเล่าคู่กันไปตั้งแต่ต้นเรื่องจนจบ แต่ทั้งหลายทั้งมวลมันถูกควบคุมโดยโครงสร้างทางสังคมที่ถูกวางเอาไว้อย่างแนบเนียน

Image

ครอบครัวของ Yang Mi-ja ที่มีเพียงเธอกับหลานที่ดูเหมือนจะมีอำนาจมากกว่าเธอในบ้านเสียอีก ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือความสัมพันธ์ของเธอกับหลานที่ดูจะปะติดปะต่อกันยากเหลือเกิน จึงมีเพียงกิจกรรมการเล่นแบตมินตั้นเท่านั้นกระมังที่สามารถเป็นเครื่องมือสื่อกลางที่ทำให้เธอและหลานได้เกิดความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น(แต่มันก็คงอยู่ได้ไม่นาน) ข้ามมาถึงการเขียนบทกวีในหนังเรื่องนี้บ้าง ผู้เขียนตีความโดยส่วนตัวและคิดว่ามันเกี่ยวกับการคนหาความสุขในชีวิตของตัวละครในวัยใกล้โรยรา ในขณะเดียวกัน Yang Mi-ja ก็มีภาพฝั่งหัวอยู่ว่าการเขียนบทกวีต้องเกิดจากความดีและความงามของมนุษย์อย่างที่ผู้เขียนได้กล่าวไป ฉากที่เธอมีข้อสงสัยกับตำรวจคนหนึ่งว่าเขาเขียนบทกวีได้อย่างไรในเมื่อเขาดูไม่ใช่คนดีอะไรเลย(อืม)

แต่ Yang Mi-ja หลังจากเรียนรู้แง่งามของบทกวี ขณะเดียวกันเธอก็ได้เรียนรู้ด้านมืดของมนุษย์คู่กันไปอีกด้วย นี่คือข้อดีของหนังเรื่องนี้ที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะมันไม่ได้พูดถึงความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่มันฉายด้านมืดของจิตใจมนุษย์ให้เราได้เรียนรู้อีกด้วย

*หลายๆฉากผู้เขียนคิดว่าไม่ควรจะนำเอามาบรรยายที่นี่ และคิดว่าผู้ชมควรจะได้รับชม พร้อมกับเรียนรู้ไปกับตัวละครทั้งหมด