Archive

Monthly Archives: January 2015

poster_7734

เพลงของข้าว [The songs of rice] / Uruphong Raksasad / Thailand / 2014

เมื่อมองย้อนกลับไปมองหนังเรื่องที่แล้วของผู้กำกับ(Agarian Utopia) หนังเรื่องนี้มีกลิ่นของการหวนรำลึก(Nostalgia)ถึงความงดงามของข้าวในรูปแบบนามธรรมอย่างสูงกว่าเรื่องที่แล้วมาก เรื่องนี้มองถึงการเชื่อมโยงระหว่างคน(ชาวนา)กับข้าวซึ่งมีความผูกพันกันในทางความเชื่อและก่อเกิดกลายมาเป็นวัฒนธรรม ในขณะที่ Agarian Utopia สะท้อนถึงปัญหาชีวิตของชาวนาที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองและการเพิกเฉยของภาครัฐ ที่แม้ใครจะเข้ามาบริหารประเทศชีวิตของชาวนาก็ยังถูกมองข้ามอยู่ดี  เรา(คนดู)ขณะนั่งดูภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายอยู่ก็เหมือนกับได้นั่งมองกระแสสำนึกของชาวนาที่ไหลวนเวียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของข้าวกับวิถีชีวิตของชาวนา และ มหรสพของชาวบ้านทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และ ภาคใต้ และเมื่อพูดถึงพิธีกรรมต่างๆที่ปรากฏในหนังนั้น มันก็ดูเข้ากับชื่อของหนังเป็นอย่างมาก คือบทเพลงที่สนุกสนานทำให้ชาวนานั้นทั้งมีความสุขและขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นการปลดปล่อยจากความเหนื่อยล้าของพวกเขาอีกวิธีหนึ่ง ส่วนพิธีกรรมเหล่านั้นจุดประสงค์ก็เพื่อข้าวที่พวกเขาปลูกเช่นเดียวกัน(พิธีขอฝน)

โครงสร้างของหนังถูกแบ่งออกอย่างชัดเจน มีเพียงช่วงที่เป็นกระแสสำนึกนั่นแหละที่ดูแล้วเหมือนหนังไม่ได้ถูกเรียงลำดับที่ชัดเจนนัก มีการตัดสลับภาพกลับไปกลับมาในช่วงที่มีการจุดบั้งไฟ มีพิธีกรรมบริบทมากมาย แต่มีจุดหนึ่งที่เราชอบมากคือช่วงที่ชาวบ้าน(หรือชาวนา)นำข้าวเหนียว(จริงๆคือข้าวจี่)ไปตักบาตร คือเรามองว่านี่ไม่ใช่เพียงแต่ว่าข้าวนั้นมีความสัมพันธ์กับคนเป็นเท่านั้น มันยังเชื่อมโยงไปยังคนที่ตายไปแล้วอีกด้วย มีการระลึกถึงวิญญาณผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว พร้อมกับนำข้าวไปวางไว้ที่รอบวัด ซึ่งภาพและเสียงประกอบช่วงนี้ขับเน้นให้เราตระหนักได้ถึงความผูกพันธ์ของคนที่อยู่กับคนที่จากไปแล้ว โดยมีข้าวเป็นวัตถุดิบเชื่อมโยงทั้งสองสิ่งเข้าหากัน เนื่องด้วยว่าข้าวนั้นเป็นตัวแทน(Representative) ของความอุดมสมบูรณ์และความอิ่มเอมทางกายภาพ

อีกประเด็นหนึ่งที่เราสนใจในหนังเรื่องนี้นอกเหนือจากงานด้านภาพแล้วก็คือ Gesture ของชาวบ้านและชาวนาที่ปรากฏในหนัง เราไม่รู้ว่าหนังมีการเซ็ตในเรื่องนี้หรือไม่ หากไม่เซ็ตเราคิดว่าผู้กำกับ Capture moment ต่างๆของคนออกมาได้อย่างน่าสนใจมาก คือเราก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงสนใจ Gesture เหล่านี้แต่เราสะดุดกับมันมากๆ แม้แต่กำรำต่างๆซึ่งเราคิดขณะที่ดูอยู่ว่าสิ่งเหล่ามันถูกแสดงออกมาทางจิตใต้สำนึกหรืออย่างไร(คือผู้เขียนก็เติบโตขึ้นมาในภาคอีสานเช่นเดียวกัน และก็คุ้นเคยกับมหรสพเหล่านี้อยู่บ่อยๆ)เมื่อได้ยินเสียงเพลงเหล่านี้ แต่เมื่อเราดูหนังจบ เรารู้สึกเพลงเหล่านี้มีทั้งความสนุก(คือตอนดูเรากระดิกเท้าตามจังหวะเพลงไปด้วยเลย) และความโศกเศร้าอีกด้วย เช่นเพลงที่ผู้หญิงคนหนึ่งร้องขณะที่กำลังปิ่งข้าวจี่อยู่(ซึ่งก็ทำให้เราน้ำตาซึม) ซึ่งเนื้อเพลงนี้เป็นเหมือนตัวเชื่อมเข้าไปสู่ประเด็นสุดท้ายของหนัง(ในช่วงที่เป็นกระแสสำนึกของชาวนา) นั้นคือเรื่องของ”วิญญาณ”

pic03-big

จิตวิญญาณของชาวนา

ภาพอันนิ่งงันในช่วงแรกและช่วงสุดท้ายของชาวนาชายคนหนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าเขาเป็นตัวแทนในการพาเราไปพบกับภาพชีวิตและวัฒนธรรมมากมายของชาวนา และในหมู่บ้านที่ไร้ซึ่งแสงสีดั่งเช่นใจกลางเมือง แต่แสงสีของเหล่าชาวนาถูกถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์สารคดีจากผู้กำกับที่เติบโตและคุ้นเคยกับชาวนามาอย่างยาวนาน นี่จึงเป็นแสงสีของชีวิตในอีกมุมของประเทศนี้ ซึ่งมันมีความงดงามของชีวิตจากสิ่งเล็กๆน้อยๆ จากการอยู่กับภูมิทัศน์ที่เป็นธรรมชาติ แต่ไม่ได้สะท้อนภาพชนบทอันเรืองรองของชนชั้นกลางในเมืองแต่อย่างใด สีสันของชีวิตชาวนานั้นเกิดผุดขึ้นมาจากจิตใจ แต่ในความเป็นจริงมันเงียบและนิ่งงั้นไร้ซึ่งผู้ใดในสังคมแห่งนี้จะสนใจ หนังสะท้อนภาพเหล่านี้ในซีนสุดท้ายของหนังได้เป็นอย่างดีผ่านชาวนาผู้เดินอยู่ในที่นาของตน(หรืออาจจะไม่ใช่ของตน)

the_song_of_rice_still_004

Advertisements